สิว



สิว

สิวไม่ได้คอยกวนใจเฉพาะในวัยรุ่นเท่านั้น หลายคนต้องเผชิญกับสิวมากกว่า 20 - 30 ปี คือเริ่มตั้งแต่เข้าสู่วัยหนุ่มสาว จนกระทั่งล่วงเข้าสู่วัยกลางคน นั่นก็เพราะสาเหตุหลักของการเกิดสิว มักมาจากความไม่สมดุลของระดับฮอร์โมนในร่างกาย แต่ถ้าเราเข้าใจ และรู้จักการดูแลผิวพรรณอย่างถูกวิธี ปัญหาสิวจะไม่ใช่เรื่องใหญ่อีกต่อไป

ก่อนอื่นเรามาทำความรู้จักกับสิวกันดีกว่า ว่าอะไรคือสาเหตุทำให้เกิดสิว ประเภทของสิว ตลอดจนวิธีการป้องกัน และการกำจัดสิว

อะไรเป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดสิว?

ความคิดที่ว่าสิวเกิดจากสิ่งสกปรกนั้น ถือว่าเป็นความคิดที่ไม่ถูกต้อง แต่ก็ไม่ผิดเสียทีเดียว เพราะจริงๆ แล้ว สิวเกิดมาจากหลายสาเหตุ โดยอาจแบ่งสาเหตุของสิวเป็น 2 ปัจจัย ดังนี้
  1. ปัจจัยภายใน คือ ปัจจัยที่เกิดจากร่างกายเราเอง เช่น ฮอร์โมน กรรมพันธุ์ โรคเรื้อรัง และคุณลักษณะของผิว ซึ่งเป็นสิ่งที่ติดตัวเรามาตั้งแต่กำเนิด เปลี่ยนแปลงไม่ได้ หรือเปลี่ยนแปลงได้ยาก
  2. ปัจจัยภายนอก คือ ปัจจัยที่เกิดขึ้นจากภายนอกร่างกายของเราเอง เช่น ยา เครื่องสำอาง สภาพแวดล้อม สังคม แสงแดด อุณหภูมิ ความสะอาด และอาหาร ซึ่งปัจจัยภายนอกนี้ เราสามารถควบคุมได้
สาเหตุสำคัญที่ทำให้เกิดสิวก็คือ ฮอร์โมนแอนโดรเจน ซึ่งมีอยู่มากในเพศชาย ฮอร์โมนชนิดนี้จะเป็นตัวการทำให้ต่อมไขมันขยายใหญ่ ผลิตน้ำมันออกมามาก และเมื่อรวมตัวกับเซลล์ผิวที่ตายในรูขุมขนก็จะเกิดการอุดตัน และเกิดสิว เมื่อสิวเจอกับเชื้อ Propionibacterium acnes (P.acnes) ก็จะเกิดการอักเสบขึ้น ซึ่งการอักเสบนี้ เกิดจากการตอบสนองของระบบภูมิคุ้มกันของร่างกาย โดยทั่วไปฮอร์โมนของเราจะสูงสุดในช่วงวัยรุ่น ดังนั้นเราจะสังเกตเห็นว่า เด็ก และคนชรา ซึ่งเป็นวัยไร้ฮอร์โมน หรือมีฮอร์โมนน้อยไม่ค่อยมีสิว

สิวมีกี่ประเภท อะไรบ้าง?

เราอาจแบ่งสิวได้เป็น 2 ประเภทใหญ่ๆ คือ
  1. สิวชนิดไม่อักเสบ หรือสิวอุดตัน ได้แก่ สิวหัวขาว หรือสิวหัวปิด (Closed Comedo) สิวหัวดำ หรือสิวหัวเปิด (Opened Comedo) สิวเสี้ยน โดยสิวพวกนี้มักรักษาได้ด้วยการใช้สารช่วยผลัดเซลล์ผิว
  2. สิวชนิดอักเสบ มีหลายชนิด ตามลักษณะของสิว เช่น สิวหัวหนอง (Pustules) สิวนูนแดง (Papules) สิวหัวช้าง (Nodules) เป็นต้น สิวพวกนี้ต้องใช้ยาปฏิชีวนะ หรือ อนุพันธ์ของกรดวิตามินเอในการรักษา

ทำอย่างไรจึงจะป้องกันและรักษาสิวได้?

สิวส่วนใหญ่จะสามารถหายได้เอง โดยอาจทิ้งร่องรอยไว้ และรอยจากสิวก็สามารถหายเองได้เช่นกัน แต่อาจต้องใช้เวลานาน ดังนั้น การใช้ยา เครื่องสำอาง เครื่องมือต่างๆ ก็จะช่วยลดการอักเสบ และทำให้สิวหายเร็วขึ้น โดยเราอาจแบ่งการรักษาสิวเป็น 2 ประเภท คือ
  1. การรักษาโดยใช้ยา ซึ่งก็จะมีทั้งยาทา และยารับประทาน
  2. การรักษาแบบไม่ใช้ยา โดยใช้เครื่องมือทางการแพทย์ต่างๆ เครื่องสำอาง และอาหารเสริม
ส่วนประกอบในเครื่องสำอาง และอาหารเสริมเพื่อผู้ที่มีปัญหาสิว เช่น
  • วิตามินซี ซึ่งช่วยเร่งการผลัดเซลล์ผิวที่ตายแล้ว กระชับรูขุมขน ลดการอุดตันของรูขุมขน ช่วยลดเลือนรอยดำจากสิว เนื่องจากวิตามินซีมีความไวต่อแสง และอุณหภูมิมาก ดังนั้น เราจึงควรเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนประกอบของวิตามินซีที่มีความคงตัวสูง
  • ไตรโคลซาน (Triclosan) ยับยั้งเชื้อแบคทีเรีย
  • สารสกัดจากเปลือกไม้อีแนนเชีย ช่วยลดความมันส่วนเกิน และกระชับรูขุมขน
  • บีเอชเอ ช่วยผลัดเซลล์ผิว ละลายหัวสิว ทำให้มีการเร่งการสร้างผิวใหม่ทดแทนผิวเก่า ทั้งยังกระตุ้นการสร้างคอลลาเจน และอาจมีฤทธิ์ต้านการอักเสบด้วย

Tips สำหรับผู้ที่เป็นสิว

  1. ล้างหน้าเพียงวันละ 2 ครั้ง คือ ตอนเช้าและตอนเย็น ถ้ามีกิจกรรมพิเศษ เช่น ออกกำลังกาย อาจเพิ่มการล้างหน้าอีกครั้ง (ด้วยน้ำเปล่า)
  2. หลีกเลี่ยงการใช้น้ำอุ่น หรือน้ำร้อนล้างหน้า ควรล้างด้วยน้ำธรรมดา แล้วอาจล้างน้ำสุดท้ายด้วยน้ำเย็นอีกครั้งหนึ่ง เพื่อกระชับรูขุมขน
  3. ใช้โฟม หรือเจลล้างหน้า และผลิตภัณฑ์สำหรับผู้เป็นสิวโดยเฉพาะ
  4. ไม่ควรใช้ครีมบำรุงหลายตัวเกินไป เพราะอาจเพิ่มความมัน และก่อให้เกิดสิวได้
  5. สัมผัสผิวหน้าอย่างเบามือ ไม่ขัด ไม่ถู
  6. ไม่แกะ หรือบีบสิวโดยเด็ดขาด

รับมือสิวด้วย ผลิตภัณฑ์กิฟฟารีน

ผลิตภัณฑ์ที่ช่วยดูแลปัญหาสิวของกิฟฟารีนมีให้เลือกหลากหลายกลุ่ม ตามคุณลักษณะ และสภาพผิว ให้สามารถเลือกใช้ได้ตามความเหมาะสม

ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาด

Idol Stay-C 50 Acne Care Foam  
Acne Foam หรือ Acne Gel (ผิวธรรมดา หรือ ผิวแห้ง) 
Pattrena Acne Foam 

โลชั่นปรับสภาพผิว

Idol Stay-C 50 Acne Care Toner
 
Balancing Toner 

ผลิตภัณฑ์สำหรับรักษาสิว

ชุดแอคทีฟยัง

  1. โลชั่นแต้มสิว เช็ดบริเวณที่เป็นสิว หรือทั่วใบหน้า
  2. ครีมแต้มสิว ทาบางๆ บริเวณหัวสิวอักเสบ
  3. ไวท์เทนนิ่งครีม ทาบริเวณรอยแดง รอยดำที่เกิดจากสิว
  4. ครีมฟื้นฟูสภาพผิว สำหรับสิวเสี้ยน และแผลหลุมสิว ทาบางๆ ทั่วใบหน้า ก่อนนอน
  5. แป้งตลับทาสิว (ตอนเช้า)

ชุดไอดอล

  1. สปอท แอคเน่ แคร์ เจล แต้มบริเวณหัวสิวอักเสบ
  2. แอคเน่ แคร์ ไวท์เทนนิ่ง ครีม ทาบางๆ บริเวณที่สิวเริ่มหายอักเสบแล้ว

ชุดแพททรีน่า 

บีเอชเอ แอคเน่ ครีม สิวหัวดำ สิวเสี้ยน สิวอุดตัน และรอยแผลจากสิว

หากปฏิบัติตามคำแนะนำนี้แล้ว สิวยังไม่หาย หรือลดลงสักที คงต้องลองปรึกษาแพทย์ผิวหนัง เพราะสิวที่เป็นอาจเกิดจากความผิดปกติของระบบภายในร่างกาย เช่น ระบบฮอร์โมน เป็นต้น
กิฟฟารีน อยากให้คุณสวยอย่างที่คุณอยากเป็น

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น